พาคุณแม่ไปลดริ้วรอยร่องแก้ม

ที่ DR JIN PLASTIC SURGERY ย่าน คังนัม

สวัสดีค่ะสาวๆที่รักของทิฟ เวลาก็ผ่านมาถึงเดือนกว่าๆเกือบๆจะสองเดือนแล้วที่ทิฟพาคุณแม่ไปเสริมสวยลดอายุที่เกาหลีค่ะ บอกเลยว่าเป็นอะไรที่ปลื้มปริ่มมากกทั้งคุณลูกและคุณแม่ จริงๆโดยปกติแล้วเนี่ยคุณแม่ของทิฟ

ไม่ยอมที่จะทำอะไรกับใบหน้าของตัวเองเลยนะคะ ไม่เคยฉีด ไม่เคยทรีทเมนท์ ไม่เคยทำอะไรเลย

เน้นการบำรุงเพียงอย่างเดียว แต่ครั้งนี้ด้วยลูกอ้อนของทิฟเองที่อยากจะพาคุณแม่ไปเสริมสวย

ทั้งแจกแจงรายละเอียดต่างๆนานา ยื่นข้อมูล และสร้างความมั่นใจให้คุณแม่

คุณแม่ก็เลยตกลงที่จะไปเกาหลีกับทิฟในครั้งนี้ค่ะ

ซึ่งการเสริมสวยลดอายุของคุณแม่ในครั้งนี้คือการลดริ้วรอยบริเวณ Smile Line และ ช่วงร่องน้ำหมากค่ะ

ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้คุณแม่ของทิฟดูมีอายุ (แต่เราก็ว่าแม่เราหน้าเด็กอยู่น้าา ถ้าแก้ไขตรงนี้ได้คุณแม่จะดูหน้าเด็กลงไปอี๊กกกก) ส่วนสถานที่ที่ไปทำเนี่ย ก็คือโรงพยาบาล DR.JIN PLASTIC SURGERY ที่คังนัมทางออก 11 ค่ะ

พิกัดคือซอยข้างๆ NEW BALANCE เดินทางง่าย และสะดวกมากก ซึ่งการรักษาของเค้าเนี่ย

คือการฉีดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ กับ กรดไฮยารูลอนนิค อานุภาคเล็กเข้าไปที่ชั้นหนังแท้โดยตรง

เป็นลักษณะการฉีดลงไปตามร่องทีละจุด ซึ่งจะไปช่วยให้ผิวหนังของเราเกิดการสร้างคอลลาเจน

และทำให้ผิวหนังบริเวณที่รักษาเต็มและตื้นขึ้น เป็นการรักษาที่ปลอดภัยมากที่สุดในขณะนี้ด้วย

โดยระยะเวลาในการเห็นผลคือหลังจากที่เราฉีดไปแล้ว 3 วัน และจะใช้เวลาในการเห็นผลอย่างชัดเจนแบบเต็มที่จริงๆ

ในเดือนที่ 6 หลังจากการรักษาค่ะ ซึ่งวิธีการทำในลักษณะนี้สามารถรักษาได้ทั้งรอยแผลเป็นทั่วไปจากการผ่าตัด

อีสุกอีใส รอยแผลเป็นจากสิว และ ริ้วรอย เป็นการรักษาที่เห็นผลได้ชัดเจนมากที่สุด เห็นผลได้อย่างยั่งยืนมากที่สุด

และยังเห็นผลได้ดีกว่าการทำเลเซอร์เป็นสิบๆครั้งด้วยนะคะ

 

สำหรับใครที่สงสัยว่าหลังจากการรักษาไปแล้วความตื้นของผิวจะอยู่ได้นานมั้ย จะต้องบอกอย่างนี้ค่ะ ถ้าเป็นริ้วรอย

โดยธรรมชาติทุกคนจะต้องมีการแสดงอารมณ์ทางสีหน้าอยู่แล้ว ถ้าเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ทางสีหน้าเท่าไหร่

ก็จะอยู่ได้ค่อนข้างนานเลยล่ะค่ะ แต่ถ้าเป็นคนที่แสดงอารมณ์สีหน้าบ่อยๆ ชอบขมวดคิ้ว หยีตา หรือว่าเป็นคนที่ยิ้มเก่ง

แบบคุณแม่ของทิฟ การรักษา 1 ครั้ง ก็จะอยู่ได้ประมาณ 3-5 ปีค่ะ ซึ่งถือว่าเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร

เพราะทิฟเองก็คิดว่า ถ้าหากเห็นผลไปแบบตลอดชีวิต สตาฟท์ไว้แบบนั้นไปตลอดกาล

มันก็คงจะน่ากลัวไม่น้อยเลยใช่มั้ยคะ 55555

 

แต่ถ้าในเรื่องของหลุมสิว จริงๆคุณหมอเองก็แนะนำว่า ถ้าหากรักษาสิวจนสิวไม่ขึ้นแล้ว

แล้วมารักษาเรื่องหลุมสิวจะเป็นการดีที่สุดค่ะ เพราะถ้าหากเรายังมีสิว แล้วยังไปเผลอแกะหรือบีบสิว

ก็จะทำให้แผลเป็นนั้นกลับมาได้เช่นกันค่ะ ต้องระวังในเรื่องนี้มากๆ แต่ถ้าใครที่ไม่มีสิวแล้ว หรือสิวขึ้นน้อยมากๆ

แล้วมาทำการรักษา บริเวณที่รักษาหลุมสิวนั้น การรักษา 1 ครั้ง ผิวบริเวณนั้นจะตื้นขึ้นได้อย่างถาวรตลอดไป

(ซึ่งแฟนทิฟไปรักษาหลุมสิวมา ผิวหน้าดีขึ้นมากถึง 60-70% เลยล่ะค่ะทุกคน) แต่ถ้าหากใครที่หลุมสิวลึกมาก

และยังรู้สึกว่าอยากให้ผิวตื้นขึ้นมากกว่านี้อีก ก็สามารถมารักษาซ้ำเป็นครั้งที่ 2 ได้ค่ะ

เอาล่ะค่ะ กลับมาที่คุณแม่กันต่อดีกว่า ในวันที่ไปทำการรักษา คุณหมอจะประเมิณก่อนค่ะว่า

มีส่วนไหนที่ต้องรักษาเป็นพิเศษบ้าง ซึ่งในตอนแรก ตั้งใจว่าจะพาคุณแม่ไปทำแค่บริเวณ Smile Line

แต่คุณหมอให้ความเห็นว่า ร่องน้ำหมากเอง ก็ลึกพอสมควร ถ้าหากไม่ทำตรงนี้ไปด้วย มันจะดูไม่สมูท ตรงนี้ตื้น

ตรงนี้ลึก มันจะยังดูขัดๆกันอยู่ ทางคุณแม่และทิฟเองก็เห็นด้วย ก็เลยตกลงทำการรักษาทั้งสองบริเวณ

แต่คุณหมอแนะนำดีมากเลยนะคะ ให้เหตุผล ให้ทางเลือก แนะนำข้อมูลในการรักษาอย่างดีมาก ใจเย็น ค่อยๆอธิบาย

คุณหมอค่อนข้างที่จะมีอายุค่ะ ประสบการณ์เยอะ เดิมเคยเป็น ผอ. โรงพยาบาลศัลยกรรมที่ใหญ่มากๆในเกาหลีด้วย

แต่คุณหมอเลือกที่จะมาเปิดรักษาเฉพาะทางตามความถนัดของตัวเอง ทิฟเลยมั่นใจค่ะว่าเลือกไม่ผิดจริงๆ

นี่คือรูปภาพเคสต่างๆที่คุณหมอรักษาค่ะ ว่าการเห็นผลหลังจากที่รักษาไปแล้วจะออกมาเป็นยังไง ประมาณไหน

จริงๆคุณหมอให้ดูเยอะมากกก แต่ทิฟถ่ายไม่ทัน

 

ใกล้ถึงขั้นตอนการทำและผลการรักษาแล้วค่ะทุกคน แต่ก่อนอื่นเรามาดูภาพก่อนการรักษาของคุณแม่กันก่อนนะคะ

ทิฟเองก็เพิ่งทราบว่าร่องน้ำหมากคือบริเวณรอยตรงริมฝีปากล่าง คิดว่าเป็นจุดเดียวกันกับ Smile Line มาตลอดเลย

จะเห็นได้ว่าร่องริ้วรอยค่อนข้างลึกมากพอสมควรเลยค่ะ เลยอยากให้คุณแม่ได้ทำการรักษาตรงนี้ จะได้ดูเด็กขึ้นเนอะ

 

ที่นี้มาที่ขั้นตอนการรักษาค่ะ ตอนที่คุณหมอทำการฉีดรักษา ทิฟไม่ได้อยู่ด้วยนะคะ คุณหมอให้ออกมาข้างนอก

ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพค่ะ มีแค่ภาพตอนก่อนที่จะทำการฉีด เริ่มตั้งแต่การถ่ายภาพก่อนการรักษาเก็บไว้เปรียบเทียบ

การมาร์คจุดและแจ้งเราว่าจะทำการฉีดตรงไหนบ้าง ให้ดูกระจกตามไปด้วยนะ การทำความสะอาด จะบอกว่าคุณหมอใส่ใจเรื่องความสะอาดมากถึงมากที่สุด เช็ดแล้วเช็ดอีก หมดสำลีไปเป็นกำๆ พิถีพิถันมากเลยค่ะ แถมพี่พนักงาน

ยังเอาน้องหมีมาให้คุณแม่กอดด้วย เผื่อกลัวเจ็บ จะได้กอดน้องหมี (บางคนก็จิกน้อง55555) เพราะระหว่างฉีดนั้น

ไม่มียาชานะจ้ะ ย้ำค่ะ ไม่มียาชา แต่จากประสบการณ์ของทิฟที่เข้าสู่วงการเข็ม บอกได้เลยค่ะว่า ยาชา ไม่ช่วยอะไรจริงๆ

ฉีดสดให้มันจบๆไปสบายใจกว่าจ้าาา

การรักษาจะใช้เวลาสักประมาณ 20-30 นาทีค่ะ แต่ของคุณแม่ทิฟนะจะแค่ 15-20 นาทีนะ เพราะมานั่งรอพักเดียว

ก็เรียกเข้าไปดูผลแล้วค่ะ ภาพแรกคือหลังฉีดเสร็จทันที คือทิฟเห็นได้เลยว่า บริเวณที่รักษานั้นตื้นขึ้นแล้วค่ะ

จากนั้นคุณหมอก็ทำการแปะผ้าก็อซอย่างแน่นหนา ถามคุณแม่ว่าเป็นยังไงบ้าง เจ็บมั้ย เพราะระหว่างนั่งรอก็กังวลว่า

คุณแม่จะเจ็บ เพราะคุณแม่ไม่เคยเข้าสู่วงการเข็ม และผิวบางมากก คิดอยู่นะว่า โอ้ยย พาคุณแม่มาเจ็บตัวมั้ยน้าาา

แต่คำตอบที่ได้คือ ไม่เจ็บเลยยยย แม่เกือบหลับแหนะ ชิลมาก อ้าววว เป็นอย่างนั้นไป 55555

ทีนี้การดูแลในช่วง 3 วันก่อนที่จะแกะผ้าก็อซ ก็คือ ห้ามให้บริเวณที่รักษาโดนน้ำเด็ดขาดค่ะ

ซึ่งก็หมายความว่า ห้ามล้างหน้า ห้ามสระผม ห้ามโดนฝน แปรงฟันก็ต้องระมัดระวังมากที่สุด

ห้ามไปกด จับ สัมผส บริเวณที่รักษา แต่ทีนี้ ในบริเวณที่คุณแม่รักษา จะมีปัญหาอย่างนึงคือ อ้าปากกว้างไม่ได้

เพราะมันตึงผ้าก๊อซ ซึ่งหมายความว่า คุณแม่อดกินหมูย่างไปสองวันเต็มๆ อิอิ กินได้แต่ข้าวต้มช้อนเล็กๆ

นม โยเกิร์ต แต่คุณแม่ก็โอเค เพราะอยากให้ผลรักษาออกมาดีที่สุดค่ะ

ในการรักษาวันที่ 2 เป็นวันที่ให้คุณแม่พักผ่อนอยู่ที่พักค่ะ จากที่ถามคุณแม่ก็คือไม่มีอาการเจ็บใดๆ แต่อาจจะแค่รู้สึก

ตึงผ้าก็อซ แก้มบวมนิดหน่อย ตรงนี้คุณหมอแจ้งไว้อยู่แล้วค่ะว่าจะมีการบวมจากการรักษา ให้ทานยา

ตามที่คุณหมอจ่ายให้ และทำตามที่คุณหมอแจ้งอย่างเคร่งครัด

พรุงนี้ ก็คือการรักษาในวันที่ 3 ก็สามารถแกะผ้าก็อซ ล้างหน้า แต่งหน้าได้แล้ววววว

 

พอถึงวันที่ 3 วันแกะผ้าก็อซ ทุกอย่างออกมาเรียบร้อยดี และเป็นที่พอใจมากๆ บริเวณที่รักษาตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

แต่ยังคงมีรอยช้ำจากการฉีดรักษา ( เป็นปกติค่ะ ทิฟจิ้มหน้าก็ช้ำประจำ) ซึ่งรอยช้ำตรงนี้จะหายไปเอง

แล้วแต่ผิวของแต่ละคน บางคนช้ำนานเป็นอาทิตย์ๆก็มีค่ะ แต่สามารถใช้การแต่งหน้ากลบเอาได้ไม่มีปัญหาเลย

ต้องขอบคุณคุณหมอจินเซฮุนมากๆนะคะ ที่ให้ความมั่นใจตลอดการรักษา พอเห็นผลที่ออกมาแล้วดีขนาดนี้

ชื่นใจมากๆเลยค่ะ

เอาละ ทีนี้เรามาดูหลังการรักษาในวันที่ 7 , 14 , และ 30 กันดีกว่าค่ะว่ามีการเปลี่ยนแปลงยังไงบ้างนะคะ

วันที่ 7 หลังการรักษา

วันที่ 14 หลังการรักษา

วันที่ 30 หลังการรักษา

สำหรับทิฟกับคุณแม่ พอใจในการรักษามาก เห็นผลได้ดี รู้สึกได้เลยว่าคุณแม่หน้าเด็กลง และ ดูสดใสขึ้นมาก

นี่ขนาดแค่ 30 วัน ยังเห็นผลและดูดีขึ้นมากขนาดนี้ ถ้าครบ 6 เดือนหลังจากการรักษาตามที่คุณหมอได้แจ้งไว้ว่า

จะเห็นผลแบบชัดเจนและเต็มที่จริงๆคุณแม่จะต้องดูดีขึ้นมากกว่านี้แน่นอนค่ะ

 

สุดท้ายนี้สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องริ้วรอย หรือ แผลเป็น ทิฟอยากจะแนะนำที่ DR.JIN PLASTIC SURGERY จริงๆค่ะ

ทั้งผลการรักษาของคุณแม่ และ คุณแฟน เห็นผลได้ดีจริงๆ

การรักษาปลอดภัยจริงเพราะเป็นการกระตุ้นทำให้ผิวของเราเกิดการสร้างคอลลาเจนเพื่อให้ผิวบริเวณนั้นตื้นขึ้น

และเรียบเนียนขึ้น การรักษาไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้เวลารักษานาน ทำครั้งเดียวก็เห็นผลเลย ส่วนเรื่องราคาเป็นแล้วแต่เคสไปค่ะ

ถ้าทำการรักษาเยอะ ราคาก็จะสูงหน่อย แนะนำว่าให้ถ่ายรูปใบหน้าของตัวเองทุกมุม

แล้วสอบถามไปทางโรงพยาบาล จะดีที่สุดค่ะ

ช่องทางการติดต่อ ก็จะมีทาง โทร 02-566-6131 / 6132 / 6138 (ภาษาเกาหลี)

หรือทาง Facebook http://facebook.com/JinPlasticSurgery

หรือทางไลน์ไอดี ของคุณเปิ้ลที่ทิฟติดต่อ Line id : hyerin0823 ค่ะ

"

I N S T A G R A M @ tyffvathu.p

INSTAGRAM : TYFFVATHU.P                 FACEBOOK FANPAGE : TYFFVATHU                YOUTUBE CHANNEL : TYFFVATHU
 TYFFVATHU@GMAIL.COM                                             BASE ON  : THAILAND           
© 2018 TYFFVATHU. ALL RIGHTS RESERVED.