DERMATIX  ULTRA

เรื่องรอยแผลเป็นนี่เป็นเรื่องที่ทำให้เรากังวลใจเสียความมั่นใจได้มากเหมือนกันนะ ยิ่งอยู่ในตำแหน่งที่เห็นชัด ปกปิดลำบาก ยิ่งกลุ้มใจ แต่ที่หนักที่สุด ก็คงจะเป็นแผลเป็นแบบนูนและคีลอยด์นี่สิที่จะทำให้เป็นกังวลได้มากที่สุด ในทุกๆครั้งที่ทิฟผ่าตัดทำศัลยกรรม ทิฟก็จะกังวลทุกครั้งว่าตัวเองจะเกิดแผลเป็นแบบนูนหรือเป็นคีลอยด์มั้ย เพราะเคยปรึกษาคุณหมอ คุณหมอเองก็ไม่รับประกัน คนที่ไม่เคยเป็นแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์ก็อาจจะเกิดขึ้นมาได้ เลยต้องคอยลุ้นอยู่ทุกครั้งเลย

dermatix_191129_0010.jpg

การทำศัลยกรรมที่ผ่านมา ทิฟโชคดีมากที่ไม่มีแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์เกิดขึ้น การทำจมูกล่าสุดแผลก็ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งที่เห็นชัด แต่ตรงหลังหูนี่สิทุกคน เห็นชัดมาก เป็นแผลเป็นกรีดยาวเป็นนิ้ว ทำให้ไม่มั่นใจในการมัดผมออกจากบ้าน เลยต้องปล่อยผมเพื่อปกปิดรอยแผลเป็น เพราะกลัวคนอื่นๆเห็นแล้วจะตกใจ ทิฟเลยไปปรึกษาคุณหมอว่าจะทำยังไงดี คุณหมอเลยแนะนำว่า พอแผลหาย แห้งสนิท ให้รีบทาครีมลดรอยแผลเป็นทันที ทิฟก็เลยลองเซิจหารีวิว ไปเจอว่าเจลลดรอยแผลเป็นของ Dermatix Ultra นี่เริดที่สุด ลดรอยแผลเป็นได้ไวที่สุด และสามารถใช้กับทุกแผลเป็นได้ด้วย 

dermatix_191129_0002.jpg
dermatix_191129_0003.jpg
dermatix_191129_0005.jpg

ที่นี้เรามาพูดถึงการทำงานของ Dermatix Ultra กันคร่าวๆดีกว่า เค้าเป็นซิลิโคนเจลลดรอยแผลเป็น

ไม่ว่าจะเป็นแผลเป็นจากอุบัติเหตุเล็กน้อย, จากการผ่าตัด, แผลเป็นที่เกิดจากความร้อน แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

ก็สามารถใช้ได้ทั้งหมด มี CPX เทคโนโลยี ซึ่งเป็นซิลิโคนเจลที่ถูกคิดค้นมาเพื่อให้ซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็ว

ทำให้เวลาทาไปบนผิวจะรู้สึกนุ่ม ลื่น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ทำให้เราสามารถทาไปเลยโดยไม่ต้องถูนวด ไม่เปื้อนเสื้อ

แถมยังทำให้แผลเป็นอ่อนนุ่มขึ้น และยังมี Vitamin C Ester ช่วยลดรอยคล้ำของแผลเป็น ป้องกันรังสี UV

และไม่ก่อให้เกิดอาการระคายเคือง

จริงๆเค้ามี Animation ที่อธิบายวิธีการทำงานของเจ้าเทคโนโลยีนี้ไว้ด้วย

ลองคลิ๊กไปดูที่ลิ้งค์นี้จะทำให้เข้าใจถึงวิธีการทำงานเพิ่มมากขึ้น

https://dermatix.asia/the-science-of-scars/how-does-dermatix-ultra-work

dermatix_191129_0004.jpg
dermatix_191129_0006.jpg

ที่ทิฟชอบ Dermatix Ultra เพราะเนื้อซิลิโคนเจลของเค้าที่นุ่มลื่น ทาแล้วรู้สึกเหมือนมีความชุ่มชื่นเคลือบที่แผลบางๆ

แต่ไม่รู้สึกเหนียวเหนอะหนะ ซึ่งตำแหน่งแผลของทิฟจะอยู่ตรงหู ถ้าเกิดเนื้อซิลิโคนเจลเหนอะหนะจะทำให้รู้สึกรำคาญ

ไม่สบายผิวมาก ซึ่งอันนี้ตอบโจทย์ความต้องการได้ดี และถ้าหากใครมีรอยแผลเป็นบริเวณอื่นๆ เช่นบริเวณลำตัว

เนื้อซิลิโคนเจลก็ไม่เป็นคราบติดเสื้อ และถ้าหากใครเป็นแผลเป็นบริเวณใบหน้า เนื้อซิลิโคนเจลก็ไม่ส่งผลกระทบกับเมคอัพ

ไม่ขึ้นเป็นคราบใดๆ แต่งหน้าต่อได้ทันที ซึ่งปริมาณที่ใช้แต่ละครั้งก็ไม่จำเป็นต้องบีบเนื้อซิลิโคนเจลออกมาเยอะเลย

ใช้แค่เมล็ดถั่วเขียว ก็สามารถทาครอบคลุมแผล 10-15 cm ได้อย่างสบายๆ เกลี่ยง่ายเพียงแค่ 1 ปาด

ไม่ต้องนวดถู ฉะนั้น หลอดนึงถึงราคาจะสูงหน่อย แต่ก็ใช้ได้นาน คุ้มค่ามาก และแผลเป็นก็มีสีจางลงได้ไวมากทีเดียวค่ะ

dermatix_191129_0007.jpg

เนื้อซิลิโคนเจลเจลใสๆทาแล้วไม่มีสี ให้ความชุ่มชื่นดี นุ่มลื่น และไม่ทิ้งคราบ

dermatix_191129_0008.jpg

แผลเป็นที่หลังหูเมื่อทา Dermatix Ultra

ครบ 1 อาทิตย์

dermatix_191129_0001.jpg

แผลเป็นหลังหูเมื่อทา Dermatix Ultra

ครบ 1 เดือน

หลังจากที่ทิฟใช้ในช่วงอาทิตย์แรก จนถึงตอนนี้ครบ 1 เดือนแล้ว ทิฟเริ่มมั่นใจกับรอยแผลเป็นที่หลังหูของทิฟมากขึ้น

ไม่ค่อยเห็นรอยแผลกรีดยาวชัดๆแล้วเหลือแค่รอยจางๆ คิดว่าถ้าทาต่อเนื่องติดต่อกันอย่างน้อย 2 เดือนขึ้นไป

แผลเป็นคงจะจางลงจนแทบไม่เหลือไว้ให้เห็นแล้วล่ะค่ะ แล้วถ้าหากใครที่กำลังกังวลเรื่องรอยแผลเป็น

ทิฟอยากแนะนำให้ไปหา Dermatix Ultra มาใช้ดูค่ะสามารถหาซื้อได้ที่ร้านยาชั้นนำทั่วไป

มี 3 ขนาด 5g. (430 บาท), 9 g. (675 บาท), 15g. (895 บาท) ค่ะ

dermatix_191129_0009.jpg

"